วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ปางอุ๋ง-ขุนแม่ยะ#4 - ขุนแม่ยะสีชมพูกลางหุบเขา

มื้อเย็นที่แม่ยะ เป็นอะไรที่สนุกสนานมาก เราก่อไฟทำอะไรง่าย ๆ กินกัน
กองไฟ กับอากาศเย็น ๆ ฟินสุด ๆ

ตื่นเช้าเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณจุดชมวิว ซึ่งรอบ ๆ นั้นมีลานกางเต๊นท์ และมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นพักอยู่ประปราย (เที่ยวช่วงนี้ดีมาก นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก เที่ยวได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องแย่งกัน)


ชมพระอาทิตย์ยามเช้า
ตื่นเช้า ๆ มีเวลานั่งกินลมชมวิว
ต้มน้ำร้อน จิบกาแฟ โจ๊ก บะหมี่ถ้วย ตามอัธยาศัย

บ้านพักเป็นบ้านชั้นเดียวมี 3 ห้องนอน แต่ละห้องนอนได้ 2-3 คน รวมแล้ว 8 คน (จำไม่ได้ว่ามีห้องน้ำกี่ห้อง แต่น่าจะ 2-3 ห้อง) ราคาคืนละ 1,000 บาท มีป้าแม่บ้านดูแลที่นอนให้ แล้วก็หาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ พวกเตา หม้อ ต่าง ๆ ก็ได้ป้าช่วยดูแลให้ ขอบคุณนะคะ ^^

บริเวณบ้านพัก

บริเวณลานหน้าที่พักมีโต๊ะไม้ 1 ชุด นั่งล้อมวงพูดคุย จิบกาแฟได้เป็นอย่างดี บวกกับอากาศเย็น ๆ ยิ่งทำให้ประทับใจมาก

และเจ้าดอกสีชมพูที่ตามหา ก็ไม่ได้อยู่ไกลเลย ข้าง ๆ บ้านพักก็มีอยู่ต้นหนึ่ง กำลังออกดอกสวยเชียว
เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าเดินเข้าไปในป่าด้านหลังก็มีต้นที่กำลังออกดอกอยู่หลายต้นเหมือนกัน คนที่แรงเหลือก็ไปเดินสำรวจ คนที่อยากจะพักก็ขอผ่าน นั่งชิล ๆ ดีกว่า

ดอกพญาเสือโคร่งบริเวณข้างบ้านพัก
พอสายเราก็เก็บของออกจากแม่ยะกัน โดยรถกระบะก็มารับเราออกจากแม่ยะ เพื่อไปขึ้นรถตู้ตรงปากทางที่เข้ามา

ระหว่างทางกลับเราก็แวะ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ไปชมวิวที่ จุดชมวิวดอยกิ่วลม แต่เนื่องจากสายมากแล้วจึงมีแต่วิวหุบเขา ไม่มีหมอก

จุดชมวิวดอยกิ่วลม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
 เวลาค่อนข้างสายแล้วนักท่องเที่ยวจึงบางตา ถ้ามาเวลาเช้าตรู่น่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว

จุดชมวิวดอยกิ่วลม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

เราไปช่วงเดือน มกราคม ทางอุทยานก็มีการจัดดอกไม้ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความสวยงาม


จุดชมวิวดอยกิ่วลม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

ออกจากห้วยน้ำดังเราก็แวะที่ โป่งเดือด อยู่ระหว่างทางจากห้วยน้ำดังกับเชียงใหม่


น้ำพุร้อนโป่งเดือด

ที่นี่มีบริการอาบน้ำแร่ทั้งแบบเป็นห้องส่วนตัวและแบบบ่อรวมซึ่งอยู่กลางแจ้ง
แต่เราขอแค่นั่งแช่เท้าให้พออุ่น ๆ ตรงธารน้ำด้านนอกให้พอคลายเมื่อยก็พอแล้ว ^_^

แวะนั่งพักบริเวณน้ำพุร้อนโป่งเดือด

สรุปแล้วทริปนี้เราเดินทางกันไกลหลายร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว
เป็นอีกทริปหนึ่งที่ประทับใจ

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนนะ

เส้นทางของทริปนี้ แม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง แม่ยะ ห้วยน้ำดัง

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า :)



#บันทึกจากความทรงจำและภาพถ่าย

#มกราคม 2556


ปางอุ๋ง-ขุนแม่ยะ#3 - ปางอุ๋งในอ้อมกอดหมอก

เช้าวันนี้เรามีภารกิจที่จะไป ปางอุ๋ง หรืออีกชื่อคือ 'อ่างเก็บน้ำห้วยปางตอง' 

ดังนั้นเราต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว

การเดินทางไปยังปางอุ๋งนั้น เราไม่สามารถนั่งรถตู้ขึ้นไปได้เนื่องจากเส้นทางที่คดเคี้ยวและลาดชัน ดังนั้นเราจึงต้องเหมารถสองแถวจากบริเวณบ้านนาป่าแปก (หรือวัดบ้านนาป่าแปก อะไรนี่ล่ะ) ซึ่งเป็นรถสองแถวที่ทางชุมชนจัดหาไว้ พอไปถึงก็ไปติดต่อซื้อตั๋ว ซึ่งเราไปกันหลายคนจึงเช่าเหมาในราคา 500 บาท รวมทั้งไปและกลับ

เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่รู้สึกคือ อากาศเย็นมาก เย็นแบบเย็นยะเยือก เนื่องจากบริเวณนี้เป็นอ่างเก็บน้ำ และอยู่ในหุบ (น่าจะใช่นะ) หนาวจนสั่นไปหมดเลย

วิวจากบริเวณสันอ่างเก็บน้ำ

 จากนั้นก็ไม่รอช้า เก็บภาพบรรยากาศยามเช้า ก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่มาทักทาย

ปางอุ๋งยามเช้ากับหมอกเรี่ยผิวน้ำ

บรรยากาศที่นี่เรียบเรื่อย อยากจะหยุดเวลาไว้จริง ๆ 

ปางอุ๋งยามเช้ากับหมอกเรี่ยผิวน้ำ

ในยามเช้าจะมีหงส์คู่หนึ่งซึ่งเป็นดาราประจำที่นี่ เค้าจะแวะเวียนออกมาทักทายนักท่องเที่ยว ให้ได้เก็บภาพกัน

ที่นี่มีแพไว้บริการนักท่องเที่ยวโดยจะมีคนพาย (หรือคนค้ำ ไม่แน่ใจ) พาชมในบริเวณอ่างเก็บน้ำ

อีกมุมหนึ่งของปางอุ๋ง

หรือเราสามารถเดินลัดเลาะไปตามริมอ่างเก็บน้ำ จนถึงบริเวณที่มีต้นพญาเสือโคร่งอยู่เป็นจำนวนมาก เรียงรายอยู่เป็นแถว เราไปได้จังหวะเค้ากำลังออกดอกบานสะพรั่งพอดี เป็นที่ถูกอกถูกใจชาวคณะเป็นอย่างมาก

พญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่ง

ออกจากปางอุ๋งเราก็ไปต่อที่ บ้านรักไทย ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นสุดเขตประเทศไทย ยังไงนะ ไม่แน่ใจ?!?

สุดเขตประเทศไทย ณ บ้านรักไทย
สินค้าที่วางขายที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็น ใบชา และอุปกรณ์ชงชาต่าง ๆ มีสารพัดให้ได้เลือกสรรกัน

ใบชา สินค้าที่พบได้ทั่วไปในบริเวณนี้
เราก็ถือโอกาสทานอาหารเช้าที่นี่เลย 

ในบริเวณจุดที่เราไปแวะนั้นจะมีอ่างเก็บน้ำ (น่าจะใช่นะ) ซึ่งบรรยากาศยามเช้าที่นี่สวยมาก ไม่เก็บภาพไม่ได้เลย

บรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำ (มั้ง) บ้านรักไทย
 หลังจากออกจากบ้านรักไทย เราเดินทางไปยังหมู่บ้านจีนยูนนาน และแวะไหว้พระที่วัดน้ำฮู จากนั้นจึงออกเดินทางไปยังจุดหมายของเราในวันนี้... หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ หรือ ขุนแม่ยะ ที่ใคร ๆ รู้จักกัน

แต่เนื่องจากที่ขุนแม่ยะนั้นไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายนัก ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมเสบียงสำหรับมื้อเย็น และ มื้อเช้า ไว้เสียก่อน เพื่อปากท้อง >__<

ถนนหนทางในหน่วยฯ ขุนแม่ยะ
การเดินทางไปยัง ขุนแม่ยะ นั้น เราต้องนั่งรถกระบะโฟร์วีลเข้าไปเนื่องจากเส้นทางขรุขระและลาดชัน
ถนนที่นี่ยังเป็นดินลูกรังอยู่เลย

เราติดต่อรถรับ-ส่ง โดยอาศัยหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ราคาเหมารถรับ-ส่ง สำหรับที่นี่ คือ 1,500 บาท นัดแนะเวลารับ-ส่งกันไว้ล่วงหน้า

แล้วเราก็นั่งกระบะหัวสั่นหัวคลอน เพื่อไปตามหาดอกไม้สีชมพู ๆ นั่น




#บันทึกจากความทรงจำและภาพถ่าย
#มกราคม 2556

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปางอุ๋ง-ขุนแม่ยะ#2 - ออกเดินทางสู่จุดหมาย... แม่ฮ่องสอน

และแล้ววันที่เรารอคอยก็มาถึง >_<~
ในที่สุดก็จะได้ออกจากกรุงไปสูดอากาศเย็นๆ ให้ฉ่ำปอด

ชาวคณะนัดรวมพลกันที่นครชัยแอร์ ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง
มีโซนร้านอาหาร ร้านขายของ 
และที่ทึ่งที่สุดก็คือถึงแม้จะเป็นท่ารถขนาดเล็กๆ แต่มีตู้กดเงินเยอะมาก
ตั้งเรียงรายอยู่ 4-5 สี แลดูสวยงาม

บรรยากาศที่ท่ารถรับส่งผู้โดยสารของนครชัยแอร์

วันนี้เราโชคดีได้รถค่อนข้างใหม่ มีโทรทัศน์ส่วนตัว
ดูวิดีโอได้ เล่นเกมได้อีกต่างหาก
(แต่เกมไม่ค่อยสนุก เล่นได้นิดหน่อยก็ไม่อยากเล่นต่อแล้ว ออกแนวตื่นเต้นเสียมากกว่า)

โทรทัศน์ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารแต่ละคน

เราเดินทางถึงเชียงใหม่ในตอนเช้า ราวๆ เจ็ดโมงครึ่ง
อากาศออกจะหนาวเลยทีเดียว น่าจะเป็นเพราะยังเช้าอยู่มาก

ทุกคนแยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัว
เรียบร้อยแล้วเราก็ติดต่อพี่รถตู้ ได้ความว่าพี่เขามารออยู่แล้ว
ก็เลยจัดการขนสัมภาระขึ้นรถ พร้อมออกเดินทาง
แต่ก่อนอื่น ต้องเติมพลังงานให้ร่างกายเสียหน่อย

แวะเติมพลังที่ร้านอาหารก่อน

เรามาแวะทานมื้อเช้าที่ร้านแห่งหนึ่งออกจากเมืองเชียงใหม่มาไม่ไกล
ชื่อร้านว่า "หมูทองโภชนา"

ร้านค้าระหว่างทางไปปาย มีอาหารและของที่ระลึกจำหน่ายหลายประเภท แต่พวกเราดูจะสนใจสิ่งนี้เป็นพิเศษ :D

หลังจากอิ่มท้อง กองทัพก็ออกเดินทาง เป้าหมายแรกในวันนี้ของเรา คือ สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

ป้ายสะพานประวัติศาสตร์ท่าปายที่ปรับปรุงใหม่

แวบแรกที่มาถึงก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
สะพานประวัติศาสตร์ท่าปายในความทรงจำครั้งก่อนที่มาแตกต่างกับภาพที่เห็นในตอนนี้มากนัก

ร้านค้าสองข้างทางบริเวณสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย
ร้านขายสินค้าบริเวณสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย
มีร้านค้าสองฝั่งถนน
มีป้ายบอกสถานที่ขนาดใหญ่โต สะดุดตา
บริเวณสะพานก็มีอุปกรณ์ประกอบการถ่ายภาพตั้งไว้สวยงาม
พร้อมกับกระป๋องใส่เงินบริจาคแขวนไว้คู่กัน...

รถสามล้อถีบที่ถูกจัดวางไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ

พวกเราเดินชื่นชมบรรยากาศ และเก็บภาพกันสักพัก แล้วจึงออกเดินทางไปจุดหมายต่อไป



จุดชมวิวดอยกิ่วลม

บริเวณจุดชมวิวดอยกิ่วลม
นักท่องเที่ยวเก็บภาพประทับใจบริเวณจุดชมวิวดอยกิ่วลม
 
ที่นี่ลมแรงมากสมกับชื่อจริงๆ 
โดยรอบจุดชมวิวมีการปรับแต่งภูมิทัศน์ไว้สวยงาม
บริเวณลานโล่งจะมีเด็กๆ แต่งกายด้วยชุดชาวให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพ
ริมถนนมีร้านค้าตั้งอยู่ประปราย ขายเสื้อผ้าบ้าง ของกินบ้าง ปนๆ กันไป

ป้ายบอกเส้นทางบริเวณจุดชมวิวดอยกิ่วลม

ร้านค้าฝั่งตรงข้ามลานจุดชมวิวดอยกิ่วลม

ป้ายอีกจุดหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวเก็บภาพ

อุปกรณ์ประกอบฉากถ่ายภาพที่พบจนเกือบคุ้นตาแล้ว ตั้งแต่มาถึงแม่ฮ่องสอน

หลังจากเดินรับลม เก็บภาพทิวทัศน์กันจนสมใจแล้ว
เราก็ออกเดินทางต่อ โดยทราบเพียงว่า สถานีต่อไปจะเป็นมื้อกลางวัน เราจะไปทานข้าวกันที่นั่น



ถ้ำปลา อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ


ถ้ำปลา อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ

ความรู้สึกแรกที่มาถึงที่นี่ก็คือมึนๆ งงๆ
เพราะว่าหลับมาตลอดทาง มาถึงก็สะลึมสะลือลงมาจากรถแล้วก็เดินไปนั่งที่ร้านอาหาร


ร้านอาหารอยู่ในบริเวณใกล้กับที่จอดรถของอุทยาน

บริเวณโดยรอบของที่นี่ก็คล้ายๆ กับอุทยานแห่งชาติทั่วไป
มีที่จอดรถกันไว้ทางด้านหนึ่ง
มีร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ กับที่จอดรถ หลายร้านเรียงติดๆ กัน แต่ขายอาหารประเภทเดียวกัน
ส่วนใหญ่ก็จำพวกข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง อารมณ์ประมาณนั้น


อาหารส่วนใหญ่จำพวกส้มตำไก่ย่าง แต่ใครที่ไม่ถนัดก็เลือกเป็นอาหารตามสั่งได้

มื้อนี้ก็อิ่มหนำสำราญ เรียกได้ว่ากินกันจนเปรมเลยทีเดียว
ดูได้จากหลักฐานที่เหลืออยู่ มีแต่ภาชนะเปล่าๆ ทั้งนั้นเลย

ป้ายบอกทางไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในบริเวณอุทยานฯ

เมื่อท้องอิ่มก็ถึงเวลาเดินย่อยอาหาร
จัดการเรื่องค่าเข้าชมอุทยานเรียบร้อย เราก็เดินไปตามทางเดินของอุทยาน


ทางเดินไปยังบริเวณถ้ำปลา ที่มีปลามาชุมนุมกันมากมาย

สองข้างทางพอมีร่มเงาไม้บ้างประปราย 
แต่ก็ไม่ร้อนมากนักเพราะทางเดินเลาะเลียบไปกับลำน้ำ
พอมีลมพัดมาให้รู้สึกหายร้อนแดดได้บ้าง


บ้านไทยใหญ่

จุดที่เรียกว่าถ้ำปลานั้น ทางอุทยานมีคล้ายๆ กับนิทรรศการอยู่
เป็นบ้านไทยใหญ่ มีใต้ถุนสูง
ด้านบนบ้านก็จัดวางข้าวของเครื่องใช้ไว้ให้ศึกษาวิถีชีวิตของชาวไทยใหญ่
มีห้องนอน ห้องครัว บริเวณชานบ้าน มีเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ


ปลาที่ว่ายน้ำมาออกันอยู่ตรงธารน้ำใต้ภูเขา

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจของถ้ำปลาก็คือพฤติกรรมแปลกๆ ของปลาที่นี่
เขาว่ายน้ำมาออรวมกันอยู่ตรงบริเวณธารน้ำที่ไหลมาจากใต้ภูเขา
ทำให้ปลาที่นี่ถูกเรียกว่า ปลามุงเจ้า 


คำอธิบายเกี่ยวกับปลาพลวงหินของอุทยาน

ปลามุงเจ้าจริงๆ แล้วก็คือปลาพลวงหินนั่นเอง
บางตัวมีน้ำหนักถึง 7-10 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ในบริเวณอุทยานมีร้านกาแฟน่ารักอยู่ร้านหนึ่ง
ไหนๆ ก็มาแล้ว ขอแวะพักจิบกาแฟพร้อมกับบรรยากาศสบายๆ เสียหน่อย
วันพักผ่อนทั้งที ใช้เวลาให้เต็มที่

ร้านกาแฟน่ารักๆ ในอุทยานฯ


ออกจากถ้ำปลา เรามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว บ้านห้วยเสือเฒ่า
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่พี่รถตู้แนะนำเรา ที่นี่มีของขายสารพัดอย่าง

บริเวณทางเข้าชมบ้านกะเหรี่ยงคอยาว

บริเวณทางเข้าชมบ้านกะเหรี่ยงคอยาว
ที่แน่ๆ มีเพื่อนเราคนหนึ่งซื้อพริกกะเหรี่ยงกลับบ้าน บอกว่าเป็นออเดอร์สำคัญ ไม่ซื้อไม่ได้
ส่วนเราได้ยาดมพม่ามาอันหนึ่ง หอมดีใช้ได้ แต่น่าเสียดายว่าไม่รู้เอาไปไว้ที่ไหน ทำหายไปเสียอย่างนั้น

พริกกะเหรี่ยงและสินค้าอื่นๆ ที่วางขายอยู่ด้วยกัน

ผ้าทอมือหลากหลายสี

ใบชาหลากหลายชนิด มีหลายเกรดให้เลือกซื้อหาพร้อมกับอุปกรณ์การชงชา

เครื่องปั่นฝ้าย

ผ้าที่ทอสำเร็จแล้วพร้อมจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว

หลังคาบ้านมุงด้วยใบตองตึง


จากนั้นเรามุ่งหน้าไปที่พัก แวะเก็บสัมภาระ พักผ่อนพอให้หายเมื่อยล้า
แล้วก็ไปสถานที่ต่อไป วัดพระธาตุดอยกองมู 

พระธาตุดอยกองมู

วัดพระธาตุดอยกองมูตั้งอยู่บนเขาซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก แห่งนี้

จุดชมวิวจากบริเวณพระธาตุลงไปยังเมืองแม่ฮ่องสอนด้านล่าง

มีผู้คนมากมายมาทำบุญที่นี่และเราได้เห็นเครื่องสักการะอย่างหนึ่ง
ลักษณะเป็นขันมีดอกไม้ปักไว้สวยงาม มีการตกแต่งด้วยกระดาษเงินกระดาษทองลักษณะคล้ายๆ ธงหรือไม่ก็ฉัตร
มีกิ่งไม้มัดเข้าด้วยกันไว้คู่หนึ่งวางพาดอยู่บนขัน
ด้านล่างมีไม้ที่ต่อไว้ลักษณะคล้ายกับเป็นสะพานรองอยู่

เครื่องสักการะพระธาตุประจำวันเกิด

ไปสอบถามได้ความว่าเขาเอาไว้บูชาพระประจำวันเกิดที่อยู่โดยรอบพระธาตุ
สะพานไม้เล็กๆ ด้านล่างนั้นเชื่อว่าเป็นสะพานช่วยให้ข้ามพ้นเรื่องทุกข์หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ 
เมื่อสอบถามเรียบร้อยว่าเขาปฏิบัติกันอย่างไรก็ไม่รอช้า เขาทำอย่างไรก็ทำตามเขาไป
ถือว่าเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง

จุดชมวิวจากบริเวณพระธาตุลงไปยังเมืองแม่ฮ่องสอนด้านล่าง

บริเวณด้านหลังวัดพระธาตุดอยกองมูมีร้านค้าน่ารักๆ ขายของที่ระลึก
บางร้านก็ขายเครื่องดื่ม กาแฟ ขนมต่างๆ
เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากปายเลยทีเดียว

ตู้ไปรษณีย์สุดเก๋ของร้าน 1864 Shop
มีมุมชิคๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ อุปกรณ์ประกอบฉากสวยๆ
แต่ที่ชอบมากเห็นจะเป็นร้านหนึ่งที่ขายไปรษณียบัตรด้วย
เขาทำตู้ไปรษณีย์น่ารักๆ ไว้หลังหนึ่ง สวยถูกใจจริงๆ
กับอีกร้านหนึ่งที่วาดลวดลายไว้บนกำแพงสีสันสะดุดตา อดไม่ได้ที่จะต้องเก็บภาพไว้

กำแพงสีสันสะดุดตา เหมาะกับการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ร้านค้าชื่อเก๋ ร้านความทรงจำแม่ฮ่องสอน

ออกจากวัดพระธาตุดอยกองมู เราเดินทางต่อไปยังถนนคนเดินของแม่ฮ่องสอน
ถนนคนเดินที่นี่มีสินค้ามากมาย ของทำมือ ของกิน ของใช้ต่างๆ
มีเด็กๆ มาแสดงดนตรีเพื่อหาทุนสนับสนุนการศึกษา
เด็กๆ กลุ่มนี้ฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว

ขนมเปงโหย่ทำจากน้ำตาลอ้อยและถั่วแปยี

เดินชมสินค้าเพลินๆ ก็ไปเจอขนมหน้าตาแปลก ไม่เคยพบเจอมาก่อน
เขาเรียกสิ่งนี้ว่า ขนมเปงโหย่ มีป้ายบอกให้รู้ชื่อ แถมโฆษณาสรรพคุณเสร็จสรรพ ลำแต๊ๆ เจ้า
เรารึจะพลาดได้อย่างไร จัดมาหนึ่งถุง

ขนมเปงโหย่ทำจากน้ำตาลอ้อยและในเนื้อขนมก็มีถั่วแปยีอยู่ด้วย
รสชาติก็เหมือนกับน้ำตาลอ้อยนี่ล่ะ
แปลกดี ไม่เคยรู้จักมาก่อน ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วนะ

เจดีย์วัดจองคำ

เดินไปเรื่อยๆ จนถึงวัดจองคำ เราก็แวะเข้าไปสักการะกันสักหน่อย
พร้อมกับเก็บภาพสวยๆ ภายในวัดตอนค่ำ
ดูๆ ไปแล้ว แสงไฟก็สวยดีเหมือนกัน

เราเดินเลยไปด้านหลังวัดเพราะว่าเป็นจุดนัดพบกับพี่รถตู้
จากนั้นเราก็เดินทางกลับที่พัก




#บันทึกจากความทรงจำและภาพถ่าย 
#มกราคม 2556