วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557

ปางอุ๋ง-ขุนแม่ยะ#4 - ขุนแม่ยะสีชมพูกลางหุบเขา

มื้อเย็นที่แม่ยะ เป็นอะไรที่สนุกสนานมาก เราก่อไฟทำอะไรง่าย ๆ กินกัน
กองไฟ กับอากาศเย็น ๆ ฟินสุด ๆ

ตื่นเช้าเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณจุดชมวิว ซึ่งรอบ ๆ นั้นมีลานกางเต๊นท์ และมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นพักอยู่ประปราย (เที่ยวช่วงนี้ดีมาก นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก เที่ยวได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องแย่งกัน)


ชมพระอาทิตย์ยามเช้า
ตื่นเช้า ๆ มีเวลานั่งกินลมชมวิว
ต้มน้ำร้อน จิบกาแฟ โจ๊ก บะหมี่ถ้วย ตามอัธยาศัย

บ้านพักเป็นบ้านชั้นเดียวมี 3 ห้องนอน แต่ละห้องนอนได้ 2-3 คน รวมแล้ว 8 คน (จำไม่ได้ว่ามีห้องน้ำกี่ห้อง แต่น่าจะ 2-3 ห้อง) ราคาคืนละ 1,000 บาท มีป้าแม่บ้านดูแลที่นอนให้ แล้วก็หาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ พวกเตา หม้อ ต่าง ๆ ก็ได้ป้าช่วยดูแลให้ ขอบคุณนะคะ ^^

บริเวณบ้านพัก

บริเวณลานหน้าที่พักมีโต๊ะไม้ 1 ชุด นั่งล้อมวงพูดคุย จิบกาแฟได้เป็นอย่างดี บวกกับอากาศเย็น ๆ ยิ่งทำให้ประทับใจมาก

และเจ้าดอกสีชมพูที่ตามหา ก็ไม่ได้อยู่ไกลเลย ข้าง ๆ บ้านพักก็มีอยู่ต้นหนึ่ง กำลังออกดอกสวยเชียว
เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่าเดินเข้าไปในป่าด้านหลังก็มีต้นที่กำลังออกดอกอยู่หลายต้นเหมือนกัน คนที่แรงเหลือก็ไปเดินสำรวจ คนที่อยากจะพักก็ขอผ่าน นั่งชิล ๆ ดีกว่า

ดอกพญาเสือโคร่งบริเวณข้างบ้านพัก
พอสายเราก็เก็บของออกจากแม่ยะกัน โดยรถกระบะก็มารับเราออกจากแม่ยะ เพื่อไปขึ้นรถตู้ตรงปากทางที่เข้ามา

ระหว่างทางกลับเราก็แวะ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ไปชมวิวที่ จุดชมวิวดอยกิ่วลม แต่เนื่องจากสายมากแล้วจึงมีแต่วิวหุบเขา ไม่มีหมอก

จุดชมวิวดอยกิ่วลม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
 เวลาค่อนข้างสายแล้วนักท่องเที่ยวจึงบางตา ถ้ามาเวลาเช้าตรู่น่าจะมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว

จุดชมวิวดอยกิ่วลม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

เราไปช่วงเดือน มกราคม ทางอุทยานก็มีการจัดดอกไม้ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความสวยงาม


จุดชมวิวดอยกิ่วลม อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

ออกจากห้วยน้ำดังเราก็แวะที่ โป่งเดือด อยู่ระหว่างทางจากห้วยน้ำดังกับเชียงใหม่


น้ำพุร้อนโป่งเดือด

ที่นี่มีบริการอาบน้ำแร่ทั้งแบบเป็นห้องส่วนตัวและแบบบ่อรวมซึ่งอยู่กลางแจ้ง
แต่เราขอแค่นั่งแช่เท้าให้พออุ่น ๆ ตรงธารน้ำด้านนอกให้พอคลายเมื่อยก็พอแล้ว ^_^

แวะนั่งพักบริเวณน้ำพุร้อนโป่งเดือด

สรุปแล้วทริปนี้เราเดินทางกันไกลหลายร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว
เป็นอีกทริปหนึ่งที่ประทับใจ

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนนะ

เส้นทางของทริปนี้ แม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง แม่ยะ ห้วยน้ำดัง

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า :)



#บันทึกจากความทรงจำและภาพถ่าย

#มกราคม 2556


ปางอุ๋ง-ขุนแม่ยะ#3 - ปางอุ๋งในอ้อมกอดหมอก

เช้าวันนี้เรามีภารกิจที่จะไป ปางอุ๋ง หรืออีกชื่อคือ 'อ่างเก็บน้ำห้วยปางตอง' 

ดังนั้นเราต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว

การเดินทางไปยังปางอุ๋งนั้น เราไม่สามารถนั่งรถตู้ขึ้นไปได้เนื่องจากเส้นทางที่คดเคี้ยวและลาดชัน ดังนั้นเราจึงต้องเหมารถสองแถวจากบริเวณบ้านนาป่าแปก (หรือวัดบ้านนาป่าแปก อะไรนี่ล่ะ) ซึ่งเป็นรถสองแถวที่ทางชุมชนจัดหาไว้ พอไปถึงก็ไปติดต่อซื้อตั๋ว ซึ่งเราไปกันหลายคนจึงเช่าเหมาในราคา 500 บาท รวมทั้งไปและกลับ

เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่รู้สึกคือ อากาศเย็นมาก เย็นแบบเย็นยะเยือก เนื่องจากบริเวณนี้เป็นอ่างเก็บน้ำ และอยู่ในหุบ (น่าจะใช่นะ) หนาวจนสั่นไปหมดเลย

วิวจากบริเวณสันอ่างเก็บน้ำ

 จากนั้นก็ไม่รอช้า เก็บภาพบรรยากาศยามเช้า ก่อนที่พระอาทิตย์จะโผล่มาทักทาย

ปางอุ๋งยามเช้ากับหมอกเรี่ยผิวน้ำ

บรรยากาศที่นี่เรียบเรื่อย อยากจะหยุดเวลาไว้จริง ๆ 

ปางอุ๋งยามเช้ากับหมอกเรี่ยผิวน้ำ

ในยามเช้าจะมีหงส์คู่หนึ่งซึ่งเป็นดาราประจำที่นี่ เค้าจะแวะเวียนออกมาทักทายนักท่องเที่ยว ให้ได้เก็บภาพกัน

ที่นี่มีแพไว้บริการนักท่องเที่ยวโดยจะมีคนพาย (หรือคนค้ำ ไม่แน่ใจ) พาชมในบริเวณอ่างเก็บน้ำ

อีกมุมหนึ่งของปางอุ๋ง

หรือเราสามารถเดินลัดเลาะไปตามริมอ่างเก็บน้ำ จนถึงบริเวณที่มีต้นพญาเสือโคร่งอยู่เป็นจำนวนมาก เรียงรายอยู่เป็นแถว เราไปได้จังหวะเค้ากำลังออกดอกบานสะพรั่งพอดี เป็นที่ถูกอกถูกใจชาวคณะเป็นอย่างมาก

พญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่ง

ออกจากปางอุ๋งเราก็ไปต่อที่ บ้านรักไทย ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นสุดเขตประเทศไทย ยังไงนะ ไม่แน่ใจ?!?

สุดเขตประเทศไทย ณ บ้านรักไทย
สินค้าที่วางขายที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็น ใบชา และอุปกรณ์ชงชาต่าง ๆ มีสารพัดให้ได้เลือกสรรกัน

ใบชา สินค้าที่พบได้ทั่วไปในบริเวณนี้
เราก็ถือโอกาสทานอาหารเช้าที่นี่เลย 

ในบริเวณจุดที่เราไปแวะนั้นจะมีอ่างเก็บน้ำ (น่าจะใช่นะ) ซึ่งบรรยากาศยามเช้าที่นี่สวยมาก ไม่เก็บภาพไม่ได้เลย

บรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำ (มั้ง) บ้านรักไทย
 หลังจากออกจากบ้านรักไทย เราเดินทางไปยังหมู่บ้านจีนยูนนาน และแวะไหว้พระที่วัดน้ำฮู จากนั้นจึงออกเดินทางไปยังจุดหมายของเราในวันนี้... หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ หรือ ขุนแม่ยะ ที่ใคร ๆ รู้จักกัน

แต่เนื่องจากที่ขุนแม่ยะนั้นไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายนัก ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมเสบียงสำหรับมื้อเย็น และ มื้อเช้า ไว้เสียก่อน เพื่อปากท้อง >__<

ถนนหนทางในหน่วยฯ ขุนแม่ยะ
การเดินทางไปยัง ขุนแม่ยะ นั้น เราต้องนั่งรถกระบะโฟร์วีลเข้าไปเนื่องจากเส้นทางขรุขระและลาดชัน
ถนนที่นี่ยังเป็นดินลูกรังอยู่เลย

เราติดต่อรถรับ-ส่ง โดยอาศัยหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ราคาเหมารถรับ-ส่ง สำหรับที่นี่ คือ 1,500 บาท นัดแนะเวลารับ-ส่งกันไว้ล่วงหน้า

แล้วเราก็นั่งกระบะหัวสั่นหัวคลอน เพื่อไปตามหาดอกไม้สีชมพู ๆ นั่น




#บันทึกจากความทรงจำและภาพถ่าย
#มกราคม 2556